Site icon Gettuned Style

มาแล้ว Remap-Mazda CX-5 2018 ดีเซลขับสี่ แรงสบายใจ ไปกับ Gettuned

งานนี้เรียกได้ว่าเปิดซิงของใหม่กันเลยทีเดียว เพราะ Mazda CX-5 เจนเนอเรชั่นล่าสุดเพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ผ่านมาไม่กี่เดือนก็มีลูกค้าที่เพิ่งออกรถมาใหม่หมาดเข้ามา Remap เพื่อยกระดับความแรงจากเดิม ซึ่งอันที่จริง CX-5 ดีเซล 2.2 ลิตรของเดิมโรงงานก็มีพลัง 175 แรงม้า เพียงพอต่อการขับไปรอบประเทศแล้ว แต่ถ้าเจ้าของรถอยากจัดเพิ่ม เราก็ไม่ปฏิเสธครับ

รถของลูกค้าเราวันนี้ เป็นรถใหม่มาก เพิ่งจะวิ่งมาแค่ 2,000 กิโลเมตรโดยประมาณ ยังไม่ถอดป้ายแดงเลยด้วยซ้ำ ในการจูนรถรุ่นนี้ ต้องบอกไว้ก่อนว่าเราต้องขึ้นไดโน่ 4 ตัว เพราะใน CX-5 ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบนี้ แม้จะเป็นระบบ Part-time ที่ไม่ได้ล็อคจับขับสี่ตลอดเวลา แต่เมื่อนำขึ้นไดโน่แค่เฉพาะล้อหน้าล้อหลังก็จะหมุนตาม เลยต้องขึ้นแท่นเต็มสี่ทิศ อาจจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายไดโน่เพิ่มขึ้นบ้าง

สำหรับรถคันนี้ เจ้าของขอให้เราแฟลชปิดฟังก์ชั่น EGR ซึ่งเป็นระบบหมุนวนไอเสียไปเผาไหม้บางส่วนเวลากดคันเร่งเบาๆหรือวิ่งเหยาะๆ แต่เนื่องจากการนำไอเสียไปเผาซ้ำ ทำให้เขม่าภายในเครื่องเยอะ และเครื่อง Mazda ดีเซลรุ่นใหม่ๆมีแนวโน้มที่จะมีปัญหากับระบบกรองเขม่า (DPF) ซึ่งเกิดจากเขม่าตกค้าง ทำให้ต้องมีการสั่งฉีดน้ำมันเผา DPF ให้หายตัน การตัด EGR อาจจะไม่ใช่การแก้ที่ตรงจุดเสียทั้งหมด แต่เป็นทางเดียวที่ทำได้ถ้าเจ้าของต้องการให้เปิดฝากระโปรงมาแล้วทุกอย่างดูเหมือนเดิม เข้าศูนย์แล้วช่างไม่สังเกตเห็น

สภาพภายในรถยังใหม่มากครับ อย่างที่บอก..ป้ายแดงยังไม่ถอดเลยด้วยซ้ำ ถ้างั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า CX-5 รุ่นล่าสุด เมื่อ Remap แล้วเราจะได้พละกำลังเท่าไหร่อย่างไรกันบ้าง

สิ่งที่วัดได้จากการไดโน่ 4 ล้อ ต้องบอกก่อนว่า กำลังจากเครื่องยนต์ต้องส่งผ่านเพลากลางและเพลาข้างไปล้อคู่หลังด้วย อาจจะทำให้ม้าลงพื้นน้อยลงกว่าเวอร์ชั่นขับหน้า

แรงม้าของเดิม วัดได้ 150 แรงม้าที่ 3,288 รอบต่อนาที แรงบิด 39.055 กก.ม. (383 นิวตันเมตร) ที่ 2,233 รอบต่อนาที หลังรีแมพเสร็จ วัดแรงม้าได้ 178 แรงม้าที่ 3,350 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 45.75 กก.ม. (448 นิวตันเมตร) ที่ 2,564 รอบต่อนาที

เพิ่มขึ้น 28 แรงม้า และ 6.695 กก.ม. (65.6 นิวตันเมตร)

ทั้งหมดนี้คือการ Remap เพียงอย่างเดียวครับ เครื่องยนต์เดิม 100% แน่นอน กรองอากาศโรงงาน ท่อไอเสียเดิมสนิท เหมือนขับรถป้ายแดงเข้ามาแล้วมาแฟลชกล่องอย่างเดียวเลย แรงบิดเพิ่มขึ้นเกือบจะในทุกช่วงรอบ ทำให้ไม่ต้องกดคันเร่งเยอะ รถก็พุ่งได้ไว แรงบิดช่วงกลางสูงเหมือนรถกระบะเดิมๆเครื่อง 3.0-3.2 ลิตร ส่วนที่รอบสูง แรงม้าที่เพิ่มช่วยให้ลากรอบได้ลื่นขึ้นชนเลข 4 บนเข็มมาตรวัดได้แบบเนียนๆ และถ้าขับแบบประหยัดๆ ไม่บ้าคันเร่ง ก็กินน้ำมันน้อยลงกว่าเดิม

แต่แน่นอน ส่วนมากคนมา Remap ไม่ค่อยขับแบบย่องๆกันหรอกครับ ม้าต้องกินหญ้า แรงม้าก็ต้องใช้น้ำมัน ขยันบี้คันเร่งบ่อยๆ รถก็กินน้ำมันมากกว่าเดิมได้ครับตามกฎของวิทยาศาสตร์

สอบถามนัดคิว โทร: 089-815-1531 จอร์จ, 086-382-4677 อาจารย์วิท อังคาร ถึง เสาร์ 13:00-22:00 ลองได้ครับ ถ้าไม่ชอบ เราไม่คิดค่า Remap โหลดไฟล์เดิมคืนให้ไม่ต้องถามไถ่ให้มากความครับ

 

Exit mobile version