Skip to content

เตรียมรถก่อนจูน ต้องทำอย่างไร?

หลายคนเตรียมเงินจูนพร้อม แต่เวลามาจูนกลับพบปัญหา เพราะไม่ได้เตรียมมาพร้อมมาสำหรับการจูน บางท่านอาจไม่ทราบ หรือทราบแล้วแต่อาจจะลืมเพราะไม่ค่อยมีเวลา ในวันนี้ Gettuned Team จะช่วยเตรียมคุณให้พร้อมก่อนนำรถมาจูน โดยวันนี้ขอเริ่มจากรถบ้าน รถแต่งทั่วไปก่อนนะครับ

ข้อ 1 – จะใช้งานด้วยเชื้อเพลิงอะไร ก็ให้เติมน้ำมันแบบนั้นมา

เช่น ถ้าหากคุณตั้งใจจะจูนรถให้ใช้กับน้ำมัน E85 น้ำมันที่อยู่ในถังก็ควรจะเป็น E85 เพียวๆ บางคนอยากจูน E85 แต่เติมน้ำมันผสมๆมา เป็น E10 เสีย 1/4 ถังแล้วเป็น E85 ซะ 3/4 ถัง มันก็กลายเป็นน้ำมัน E50-E60 ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราจูนปรับน้ำมันและองศาจุดระเบิดไปตามน้ำมันแบบนั้น เมื่อคุณไปเติมน้ำมัน E85 สิ่งที่อาจเกิดขึ้นก็คือ 1) น้ำมันจ่ายบางไป และ 2) รถแรงไม่เต็มที่ เพราะ E85 สามารถปรับองศาจุดระเบิดเรียกแรงได้มากกว่า แต่ในเมื่อเราจูนไปเป็น E50-E60 ก็เท่ากับว่าเราเสียโอกาสที่จะได้แรงไปฟรีๆ

รถใหม่ๆหลายรุ่นกล่อง ECU และเซ็นเซอร์ต่างๆจะฉลาดพอที่จะช่วยชดเชยการจ่ายน้ำมันและปรับองศาจุดระเบิดได้ แต่คุณจะได้แรงไม่เต็มที่แน่นอน ส่วนรถรุ่นเก่า และโดยเฉพาะรถที่มาจูนกล่อง Stand alone และไม่มีออกซิเจนเซ็นเซอร์เดิม มันก็จะอันตรายต่อสุขภาพเครื่อง ดังนั้น อย่าลืมครับ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบไหน ก็เติมแบบนั้นมาทั้งถัง ถ้าอยากได้แรงเต็มๆและปลอดภัยที่สุด

ส่วนรถใหม่จากโรงงานหลายรุ่นที่สามารถเติมได้ตั้งแต่โซฮอล 95 ยัน E85 จากโรงงาน หากเจ้าของอยากให้ Remap และ “ใช้น้ำมันได้หลากหลายแบบที่สุด” เหมือนเดิม อาจจะต้องยอมสละเรื่องแรงไปบ้าง เช่นน้ำมันโซฮอล 95 เค้นได้สุด 100 ม้า แล้ว E85 เค้นได้ 110 แรงม้า ถ้าเจ้าของรถบอก “อยากให้เติมโซฮอลได้แล้วเครื่องไม่พัง” เราก็จะต้องปรับให้รองรับ 100 ม้า ในขณะที่เจ้าของอีกคัน อาจจะบอกว่า “ผมเติมแต่ E85 ครับ” เราก็สามารถปลดปล่อยพลังให้ 110 แรงม้าได้

อย่างที่เคยพูดเสมอครับ เราทำรถแรงก็จริง แต่เน้นการใช้งานที่ยาวนานด้วยครับ

2. น้ำมันเครื่อง กรองอากาศ กรองเบนซิน ขั้นพื้นฐาน ต้องพร้อม

หลายครั้งเลยครับที่เจ้าของรถทำเครื่องมาอย่างดี สเป็คสูง แค็มแต่ง ลาก 9,000 รอบได้ แต่น้ำมันเครื่องแทบจะหมดสภาพ ไม่ได้เปลี่ยนเพราะไม่ได้คิดว่าเกี่ยวกับการจูน ถ้าเจอแบบนี้ส่วนมาก ผมจะบอกให้ไปเปลี่ยนให้เรียบร้อยก่อนค่อยกลับมาจูน เวลาจูนรถนั้น เครื่องยนต์ต้องรับภาระสูง รถเปิดรอบเท่าไหร่ ผมต้องวิ่งเท่านั้น ปรับ แล้ววัดม้า แล้วก็ปรับแล้ววัดม้า หลายครั้ง ซึ่งถ้าจะทำแบบนั้น ของเหลวต่างๆควรอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกครั้งที่จูนนะครับ สมมติว่าคุณใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ดีๆ แล้วเพิ่งวิ่งมาแค่ 3-4,000 กิโลเมตร แบบนั้นก็จูนได้ แต่บางคนวิ่งมา 12,000-15,000 โล ลืมเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ผมก็จะขอให้ไปเปลี่ยนถ่ายมาก่อนจูน

กรุณาเลือกน้ำมันเครื่องให้ถูกประเภทกับการใช้งานรถ น้ำมันเครื่องบางแบบ อาจดี และรองรับได้กับเครื่องยนต์รถบ้าน กำลังอัดปกติ หมุนไม่เกิน 7,000 รอบ แต่พอเอามาใช้กับเครื่องยนต์ที่โมดิฟายมาหนักๆ หมุน 9,000 รอบ น้ำมันเครื่องตัวเดิม อาจไม่รองรับ เป็นเหตุให้เครื่องพังคาไดโน่ คนจูนก็อกหัก เจ้าของก็ช้ำใจ ไม่มีประโยชน์ครับ

พวกกรองอากาศ กรองเบนซิน องค์ประกอบต่างๆที่สามารถเช็คด้วยตัวเองได้ ก็ควรเช็คมาให้หมด เพื่อให้ได้ค่าการจูนที่ดีที่สุด หัวเทียนก็เช่นกัน หากใช้มาจนเกินอายุการใช้งาน (บางรุ่น 50,000 โล บางรุ่น 100,000 โล) ก็ให้เปลี่ยนซะก่อนมาจูน

3. รถแต่ง รถเน้นแรง รถวางเครื่อง องค์ประกอบต่างๆควรพร้อม

ข้อนี้ก็คล้ายกับข้อที่แล้ว แต่หลายคัน เจ้าของไปโมดิฟายกับทางอู่มา แต่องค์ประกอบบางส่วนไม่รองรับ เช่นคอยล์จุดระเบิดเริ่มเสื่อม จุดไม่ติดที่รอบสูง โมเครื่องมาเยอะ เปลี่ยนเทอร์โบ เพิ่มบูสท์ แต่ไม่ได้เปลี่ยนปั๊มเชื้อเพลิงหรือเรกูเลเตอร์ให้จ่ายน้ำมันได้เพียงพอ

บางคัน ทำรถมา 300-400 แรงม้า แต่คลัตช์รองรับแค่ 200-250 แรงม้า พอขึ้นไดโน่ปุ๊บ วิ่งได้นิดเดียวก็คลัตช์ลื่น แบบนี้ก็ถือว่างานไม่จบ เพราะไม่สามารถจูน ไม่สามารถวัดแรงม้าที่แท้จริงได้ รถกระบะดีเซลเกียร์ธรรมดาหลายรุ่นที่มา Remap เจ้าของอยากได้แรงบิดเน้นๆเยอะๆ แต่คลัตช์เดิมสนิทจากโรงงาน พอ Remap ไป ก็คลัตช์ลื่น ทำให้ผมต้องจูนลดพละกำลังลงมาเพื่อให้อยู่ในจุดที่คลัตช์รับได้ แล้วรอให้เจ้าของไปทำคลัตช์มาใหม่

หรือบางกรณี เช่น เจ้าของลืมเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง สภาพเสื่อมเต็มที มาจูนบนไดโน่แล้วสายพานขาด งานนี้ก็พูดยากว่าตกลงความผิดของคนจูนหรือใคร เราพยายามตรวจสอบให้เท่าที่ทำได้ แต่ก็พยายามไม่ไปรื้อรถของลูกค้าโดยไม่จำเป็น บางครั้งลูกค้าก็ต้องมีส่วนช่วยในการเตรียมสภาพรถให้พร้อม

ทุกคนอยากเอารถมาให้เรา พอกลับออกไปแล้วแรง ขับกลับบ้านแล้วมีความสุข แต่จูนเนอร์ มีหน้าที่หลักคือการจูน บางเรื่องเราช่วยดูแลให้ได้ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด รถควรอยู่ในสภาพที่พร้อมจะรับแรงม้าแรงบิดกับรอบเครื่องตามที่เจ้าของรถหมายปองไว้

จากนั้นเมื่อทุกอย่างพร้อม งานจูนมาเมื่อไหร่ เราเต็มที่ให้คุณได้แน่นอนครับ!

จอร์จ Gettuned

 

 

 

Gettuned Team View All

Gettuned Tuning Service หมายเลขโทรศัพท์ 089-815-1531 (จอร์จ) 086-382-4677 (อาจารย์วิท)

Leave a Reply

Discover more from Gettuned Style

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading