Ford Everest 3.2 Remap อย่างเดียวเพิ่ม 57 แรงม้า วิ่งแรงแซงคล่องกว่าเดิม
Ford Everest เป็นรถยนต์ PPV ขนาด 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร จากการที่มีรูปทรงสวยงามคล้ายรถ SUV ยุโรป มีเอกลักษณ์ความบึกบึนของ Ford Ranger ผสมผสานกับเส้นสายตัวถังที่เรียบง่ายแต่ลงตัว Everest มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นจะมีให้เลือกแค่เครื่องยนต์ 3.2 ลิตรตัวเก่ง 200 แรงม้า 470 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็นรถยอดนิยมของเสี่ยใหญ่ขาซิ่ง ด้วยอุปกรณ์ติดรถที่ทันสมัยและช่วงล่างแน่นปึ้กตามสไตล์ Ford
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีพละกำลังเยอะ แต่ด้วยความที่ของเล่นเพียบ เหล็กหนา ตัวแน่น เลยทำให้ Ford Everest 3.2 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมีน้ำหนักตัวเกือบ 2.4 ตัน ซึ่งมากกว่าเพื่อนร่วมคลาส 250-400 กิโลกรัม ทำให้อัตราเร่งอาจยังไม่รุนแรงสนองเท้าพ่อบ้านเท้าไฟบางท่านได้ แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก้าวไปไกล การปรับแต่งโมดิฟายเรียกแรงม้าสามารถทำได้หลายวิธี การ Remap กล่องเดิมก็เป็นที่นิยม เพราะไม่ต้องมีการตัดต่อสายไฟใดๆให้ยุ่งยาก และสามารถเลือกสไตล์การจูนได้ตามใจเจ้าของรถมากขึ้นตราบเท่าที่เครื่องเคราติดรถจะอำนวย

รถของลูกค้าเราในวันนี้เป็นรถสภาพเดิมเกียร์อัตโนมัติ ที่ต้องการให้รถมีพละกำลังเพิ่ม เล่นสูตรผู้ใหญ่ซิ่งเหมือนเดิม Almost No Smoke ไม่เน้นควันไม่เน้น Effect ขอแรงดีๆ ขับแล้วเงียบแต่ห้าว เดี๋ยวเรามาลองดูกันครับว่าจะได้กี่แรงม้า ก่อนอื่นก็ต้องขึ้นไดโน่วัดม้าเดิมๆกันก่อนเลย
อย่าแปลกใจนะครับถ้า Everest 3.2 วัดแรงม้าออกมาแล้วจะได้น้อยกว่า Ranger 3.2 เพราะระบบขับเคลื่อนของ Everest 3.2 เป็นแบบขับสี่ตลอดเวลา ก็ต้องนำขึ้นไดโน่สี่แท่น รถส่งกำลังผ่านเพลากลางไปด้านหลัง และส่งกำลังมาด้านหน้าด้วย ดังนั้นจึงมีการเสียกำลังในชุดขับเคลื่อนบ้างเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีอะไรชำรุดหรือเสียหายครับ รถลูกค้าเป็นอะไรมีปัญหาจุดไหนทางเราช่วยตรวจสอบให้เบื้องต้นก่อนจูนอยู่แล้ว

ผลจากการวัดแรงม้าก่อนจูน ได้ 177 แรงม้าที่ 2,890 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 45.1 กก.ม. (442.2 นิวตันเมตร) ที่ 2,432 รอบต่อนาที จะเห็นได้ว่าแรงที่วัดได้ต่างจาก Ranger ประมาณ 6-8% เพราะใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
หลังจากรีแมพแล้ว ได้แรงม้าเพิ่มเป็น 234 แรงม้าที่ 3,363 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 59.2 กก.ม. (580.5 นิวตันเมตร) ที่ 2,360 รอบต่อนาที
เพิ่มขึ้นจากเดิม 57 แรงม้า และ 14.1 กก.ม. (138 นิวตันเมตร)
บางท่านอาจจะงง เมื่อดูจากกราฟแล้วเห็นว่าแรงบิดมันไม่ใช่ 68-69 กก.ม. หรือ ..อย่างงครับ กราฟมันพุ่งขึ้นผิดปกติเพราะลักษณะการวัดรถเกียร์อัตโนมัติที่อาจจะมีจังหวะการจับกระชากเข้ามาพอดีในช่วงนั้น ผมเลือกใช้ตัวเลขแรงบิด 59.2 ซึ่งเป็นเส้นขนานใกล้เคียงของเดิม แต่ยกระดับขึ้น ตรงนั้นคือแรงบิดที่ชัวร์ ว่าลูกค้าจะสัมผัสได้จริง ของแบบนี้บางที่ผมไม่ต้องอธิบายมาก ลูกค้าเก่งๆ ดูแล้วก็รู้ ผมหลอกลูกค้าไปก็ไม่มีประโยชน์ครับ

แรงเพิ่มมาขนาดนี้ และเพิ่มเป็นช่วงกว้าง ไม่ต้องขับตะบี้ตะบันก็รู้ได้แล้วว่าต่างจากเดิม ช่วยปรับบุคลิกการตอบสนองของรถที่หนัก 2.4 ตันให้วิ่งฉิวปลิวลม ออกตัวเร็วทันใจขึ้น เดินทางออกต่างจังหวัด กดคันเร่งไม่ต้องมิดก็แซงขบวนสิบล้อได้ปลอดภัย เจอเพื่อนร่วมถนนขอประลองกำลังขำขำ ก็เล่นกันได้พอสนุกไม่เสียหน้า..แต่อย่าถึงกับเอาชีวิตไปพนันกับชัยชนะเลยนะครับ ไม่คุ้มกับสิ่งที่เราต้องเสีย
เจ้าของ Everest ท่านใดสนใจ ก็อย่าได้ลังเล โทรมาสอบถามนัดคิว โทร: 089-815-1531 จอร์จ, 086-382-4677 อาจารย์วิท อังคาร ถึง เสาร์ 13:00-22:00 ลองได้ครับ ถ้าไม่ชอบ เราไม่คิดค่า Remap โหลดไฟล์เดิมคืนให้ไม่ต้องถามไถ่ให้มากความครับ
Categories